โดย Dr. Deekana T. Kaiser
ในยุคที่ทุกคนใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากขึ้นทุกวัน ความรุนแรงก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกจริงอีกต่อไป ความรุนแรงทางดิจิทัล (Digital Violence) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และผู้หญิงกับเด็กผู้หญิงทั่วโลกคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2025 Mahidol University International College (MUIC) ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น ด้วยการจัดงาน "Diplomacy for Equality: Advancing the 16 Days of Activism" ซึ่งเป็นการเข้าร่วมแคมเปญ 16 วันแห่งการเคลื่อนไหวต่อต้านความรุนแรงทางเพศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ MUIC มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คนที่ Charinyarasami Hall
16 วัน เพื่อหยุดความรุนแรงที่โลกมองข้าม
งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบ Beijing+30 การทบทวนความก้าวหน้าของโลกในรอบ 30 ปีนับตั้งแต่ Beijing Platform for Action และสอดคล้องกับธีมประจำปี 2025 ว่า "UNiTE to End Digital Violence against All Women and Girls" โดย MUIC ร่วมออเรนจ์เดอะเวิลด์ (Orange the World) สัญลักษณ์สากลแห่งการต่อต้านความรุนแรงทางเพศ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามช่วงเวลาไว้อาลัยแห่งชาติอย่างเคารพ
แม้แคมเปญนี้จะมุ่งเน้นที่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเป็นหลัก แต่ความจริงที่ต้องพูดถึงคือความรุนแรงทางเพศ (Gender-Based Violence) ส่งผลกระทบต่อทุกเพศ และในยุคที่กระแสต่อต้านสิทธิสตรีและการถอยหลังทางประชาธิปไตยกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก การมีเวทีพูดคุยเรื่องนี้จึงสำคัญยิ่งกว่าที่เคย
หนึ่งในสัญญาณที่น่าชื่นใจที่สุดในงานนี้คือ ครึ่งหนึ่งของวิทยากรและผู้เข้าร่วมงานกว่าครึ่งเป็นผู้ชาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเท่าเทียมทางเพศไม่ใช่สิ่งที่คุกคามผู้ชาย แต่คือสิ่งที่เสริมพลังให้ทุกคน ดังที่ถูกเน้นย้ำในงานว่า "Feminism ไม่ใช่เกมที่ต้องมีผู้แพ้ มันสร้างศักดิ์ศรีและความปลอดภัยให้กับทุกคน"
เสียงจากเวทีนานาชาติ: ผู้เชี่ยวชาญที่มาพูดความจริงที่ต้องได้ยิน
เวทีครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนและนโยบายระดับนานาชาติมาไว้ในห้องเดียวกัน ดำเนินรายการโดย Dr. Deekana T. Kaiser ประธานหลักสูตรความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการทั่วโลก
Andrew Egan อุปทูต สถานทูตออสเตรเลีย แบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านการต่อต้านความรุนแรงทางเพศในภูมิภาคแปซิฟิกมานานหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นรากฐานของการลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียของรัฐบาลออสเตรเลียในการป้องกันความรุนแรงทางเพศ พร้อมพูดถึงนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กที่ออสเตรเลียกำลังผลักดัน
Cathy Hardman ที่ปรึกษาการเมืองและเศรษฐกิจ สถานทูตแคนาดา พูดถึงนโยบายการต่างประเทศเชิงสตรีนิยม (Feminist Foreign Policy) ของแคนาดา และพันธกิจด้าน Women, Peace and Security ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก
Khun Somchai Yensabai ผู้ประสานงานโครงการ UN Women Thailand อธิบายว่าความมุ่งมั่นระดับโลกถูกแปลงเป็นการปฏิบัติจริงในระดับประเทศได้อย่างไร
Mia Hyun ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเพศภาวะระดับภูมิภาค วิเคราะห์เจตจำนงทางการเมืองของ ASEAN และบทบาทที่เยาวชนและมหาวิทยาลัยสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายได้
เสียงของนักศึกษาที่ไม่ได้นั่งเฉย
ช่วง Q&A เปิดโอกาสให้นักศึกษาสาขา International Relations and Global Affairs (IRGA) ซึ่งมาจากหลากหลายภูมิหลังได้ตั้งคำถามที่ลึกและตรงประเด็น ทั้งเรื่องความรุนแรงทางเพศในเอเชีย ความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล และบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานท่วมท้นในเชิงบวก หลายคนบอกว่างานนี้ทั้ง "ตรงประเด็น" และ "ให้พลัง"
ก้าวแรก ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย
หลักสูตร IRGA ของ MUIC มองว่างานครั้งนี้คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ความตั้งใจคือการสร้างให้มันกลายเป็นแพลตฟอร์มถาวรสำหรับการสนทนาและการลงมือทำ เพื่อผลักดันความเท่าเทียมทางเพศ ความเป็นพลเมืองโลก และความยุติธรรมทางสังคมทั้งในและนอกรั้วมหาวิทยาลัย
เพราะการเปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้เริ่มจากห้องประชุมระดับสูงเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากห้องบรรยายในมหาวิทยาลัย และจากเยาวชนที่ตัดสินใจว่าจะไม่นิ่งเฉยอีกต่อไป
เกี่ยวกับผู้เขียน: Dr. Deekana T. Kaiser ประธานหลักสูตร International Relations and Global Affairs ของ MUIC มีประสบการณ์กว่า 17 ปีในด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ความเท่าเทียมทางเพศ และการพัฒนาแบบครอบคลุมทั่วเอเชียแปซิฟิก แอฟริกา และยุโรป
สนใจสาขา International Relations and Global Affairs ดูรายละเอียดได้ที่:
https://muic.mahidol.ac.th/th/programs/social-science/major/major-in-international-relations-and-global-affairs/


