Thailand Web Stat Truehits.net

Liberal Arts Education “แตกต่าง” แต่ “ตอบโจทย์” แบบฉบับมหิดล อินเตอร์

ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มีเทคโนโลยีอย่างระบบ AI หรือ Robot เข้ามาแทนที่ ความรู้และความชำนาญในด้านเดียวอาจไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ปัจจุบันผู้ประกอบการหรือบริษัทใหญ่จำเป็นต้องจ้างบุคคลากรที่มีความรู้รอบด้าน พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงในสิ่งต่างๆ ให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ Liberal Arts Education” หรือ “การศึกษาแบบข้ามศาสตร์” จึงเป็นการเรียนที่ดูตอบโจทย์กับโลกปัจจุบันที่หมุนเร็วยิ่งกว่า 5G มากที่สุด และแน่นอนว่า วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University International College – MUIC) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งแรกที่เปิดสอนในหลักสูตรนานาชาติ ระดับปริญญาตรี โดยการนำแนวคิดการศึกษาแบบข้ามศาสตร์มาใช้เป็นรูปแบบการเรียนการสอนกว่า 34 ปีที่ผ่านมา

  • Liberal Arts Education คืออะไร?

 Liberal Arts Education หรือการศึกษาแบบข้ามศาสตร์ เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ได้รับความนิยมมากในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลก ภายใต้แนวคิดที่เปิดกว้างให้นักศึกษาได้มีโอกาสเลือกที่จะเรียนในหลายสาขา เพื่อค้นหาตนเองว่าชอบเรียนอะไร แล้วนำความรู้นั้นไปประยุกต์และบูรณาการใช้กับสาขาหลักเฉพาะทางที่ตนเลือกเรียนอย่างเหมาะสม ด้วยความเชื่อว่านักศึกษาควรมีความรู้พื้นฐานหลายๆ ด้านตามที่ตนเองสนใจ เพื่อสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริงนั่นเอง

  • Liberal Arts Education แบบฉบับมหิดล อินเตอร์ (MUIC) “ความแตกต่าง” อย่างมีเอกลักษณ์

ความแตกต่างอย่างแรกของวิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล (MUIC) ที่ไม่เหมือนมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในประเทศไทย ที่ให้นักศึกษาเน้นเรียนเฉพาะทางตามสาขาที่เลือก แต่ระบบการศึกษาของวิทยาลัยฯ มีการดึงแนวคิด Liberal Arts Education หรือการศึกษาแบบข้ามศาสตร์มาใช้ในการเรียนการสอน เป็นการผสมผสานระหว่างวิชาพื้นฐานจากหลากหลายสาขาเข้ากับวิชาเฉพาะทางจากสาขาหลักตามวุฒิปริญญาได้อย่างลงตัว เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้ความสามารถอย่างรู้ลึก รู้จริง มีความชำนาญในด้านใดด้านหนึ่งที่ตนเองชื่นชอบเป็นพิเศษ และมีทักษะอย่างกว้างขวางในด้านอื่นๆ ที่ตนเองสนใจด้วยเช่นกัน จนสามารถนำความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี หรือที่เรียกว่า T-Shaped Skills นั่นเอง

พูดไปอาจจะไม่เห็นภาพ … มาดูกันว่านักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติหรือมหิดล อินเตอร์ (MUIC) สามารถลงเรียนตามใจรักและความฝันได้อย่างไร

ตัวอย่างแรก นักศึกษามีความชื่นชอบและมีฝีมือด้านการออกแบบจึงเลือกเรียนสาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ และเล็งเห็นแล้วว่าหากจบการศึกษาไปอยากจะเปิดบริษัทด้านการออกแบบเป็นของตัวเอง ซึ่งนักศึกษาสามารถลงเรียนในสาขาวิชาบริหารธุรกิจเพิ่มเติม

ตัวอย่างที่สอง นักศึกษามีความชื่นชอบด้านการท่องเที่ยวและบริการจึงเลือกเรียนสาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ ทั้งนี้นักศึกษาต้องการความเข้าใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลทางภาควิชาวิทยาศาสตร์ จึงได้ลงเรียนในสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อนำความรู้มาใช้ในการวิเคราะห์สภาพธุรกิจในอนาคต­­­­­­

ความแตกต่างอย่างที่สอง คือ “ตัวตนที่แตกต่าง” เนื่องจากนักศึกษาทุกคนไม่จำเป็นต้องเรียนเหมือนกันหมดทุกวิชา สามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและสนใจได้ จึงทำให้การเรียนที่มหิดล อินเตอร์ (MUIC) ไม่ใช่การเรียนเพื่อมุ่งหวังใบปริญญาเท่านั้นแต่เป็นการเรียนเพื่อสร้างตัวตนในชีวิตจริง ซึ่งความสนใจและความสามารถของแต่ละคนจะส่งผลให้นักศึกษามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง และมีความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร

  • มหิดล อินเตอร์ (MUIC) กับ Liberal Arts Education ที่ “ตอบโจทย์”

อย่างที่บอกไปว่ามหิดล อินเตอร์ (MUIC) มีการนำแนวคิด Liberal Arts Education หรือการศึกษาแบบข้ามศาสตร์มาใช้ในการเรียนการสอน และเป็นการเรียนด้วยความสุขนำไปสู่การประสบความสำเร็จในด้านอาชีพและตอบโจทย์ตลาดงานของประเทศ นอกจากนี้ข้อดีของการศึกษาแบบข้ามศาสตร์ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น

1. ทำให้ผู้เรียนมีความรอบรู้ในหลายๆ ด้าน เพราะโลกของเรามีความสัมพันธ์กันอย่างข้ามศาสตร์ ดังนั้นการมีความรู้เพียงด้านเดียวไม่สามารถทำให้เราดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้ เพราะต่อให้เรียนสาขาวิชาการเงินก็ต้องมีพื้นฐานการสื่อสารที่ดีเพื่อประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต เช่น ประกอบอาชีพผู้จัดการด้านความเสี่ยงทางการเงิน ก็จำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจเรื่องตัวเลขโดยง่ายที่สุด เป็นต้น ซึ่ง Liberal Arts Education นั้นสามารถตอบโจทย์ของตลาดงานได้อย่าง “ตรงจุด” และ “ตรงใจ” มากกว่ายังไงกันล่ะ

2. Liberal Arts Education จะทำให้นักศึกษามีความเข้าใจในความเป็นไปของโลกและสังคมมากขึ้น เนื่องจากสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตเพื่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ซึ่งถือว่าเป็นทักษะจำเป็นในการใช้ชีวิตในอนาคตรวมไปถึงการประกอบอาชีพหรือที่เรียกกันว่า Soft Skill เพราะทุกคนต้องมีการทำงานเป็นทีม ความสามารถในการปรับตัว ความฉลาดทางด้านอารมณ์ การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน เป็นต้น

3. เพราะความชอบไม่ได้ถูกปิดกั้น การเรียนแนว Liberal Arts Education จะก่อให้เกิดความสุข ทำให้นักศึกษารู้จักตัวเองมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ตัวเองชอบพอได้เรียนอย่างลงลึกแล้วใช่ตัวตนของเราจริงๆ หรือไม่ เมื่อเกิดความสุขก็จะนำไปสู่การทำงานในด้านที่ตัวเองรัก จึงง่ายต่อการประสบความสำเร็จในอนาคต

โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นระบบการศึกษาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวทันโลกเช่นกัน ซึ่งมหิดล อินเตอร์ (MUIC) เล็งเห็นแล้วว่า Liberal Arts Education ในแบบฉบับมหิดล อินเตอร์ (MUIC) ที่มีความแตกต่างทางด้านหลักสูตร จะช่วยทำให้นักศึกษาจบไปแล้วได้นำความรู้ไปใช้จริง สามารถประสบความสำเร็จทางด้านอาชีพได้ และตอบโจทย์ตลาดงานในอนาคตรวมถึงตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างแท้จริง